เกม CODE VEIN II: แวมไพร์สายอนิเมะกลับมาปักธงความเดือด

Browse By

เกม CODE VEIN II คือคำที่แฟนแอ็กชัน RPG สาย “โซลไลก์แต่หน้าตาอนิเมะ” หยิบมาพูดกันบ่อยมากในช่วงหลัง เพราะภาคแรกทิ้งรสชาติไว้แบบ…เหมือนกินราเมงชามโตแล้วเหลือน้ำซุปก้นชามให้ซดต่อ แต่ดันหมดชามพอดี! บทความนี้เลยขอชวนคุยแบบยาวๆ ว่า เกม CODE VEIN II ถ้าเกิดขึ้นจริง (หรือในฐานะภาคต่อที่ทุกคนรอ) มัน “ควรจะเป็น” อะไรได้บ้าง ทั้งด้านระบบการเล่น จุดแข็งที่ต้องรักษา จุดอ่อนที่อยากให้แก้ และไอเดียต่อยอดที่แฟนๆ น่าจะอยากเห็น—อ่านจบแล้วคุณจะมีภาพในหัวว่า ถ้าได้จับคอนโทรลเมื่อไหร่…เราจะพร้อมตะโกนว่า “ขอดูดเลือดแบบมีคลาสหน่อยครับ!”

ถ้าคุณแวะมาอ่านแล้วอยากพักสมองสลับโหมดไปสายบันเทิงอีกแนว ลองดูที่ สมัคร UFABET ได้เลย เผื่ออยากเปลี่ยนบรรยากาศจาก “โดนบอสตบ” ไปเป็น “ลุ้นให้เข้าเป้า” แบบคนละอารมณ์ แต่ยังตื่นเต้นเหมือนเดิม


เสน่ห์ของ Code Vein ที่ทำให้คนอยากเห็นภาคต่อ

สิ่งที่ทำให้ Code Vein ภาคแรกมีแฟนเหนียวแน่น ไม่ใช่แค่ความเป็นโซลไลก์ที่ให้ความท้าทาย แต่มันคือ “แพ็กเกจความเป็นอนิเมะ-ดาร์กแฟนตาซี” ที่เข้าถึงง่ายกว่าเกมสายโหดบางเกม แถมยังมีระบบคู่หูที่ทำให้คนเล่นเดี่ยวรู้สึกไม่เดียวดายเหมือนหลงป่า (อย่างน้อยก็มีคนคอยตะโกนเตือนว่า “ระวัง!” ตอนเรากำลังจะโดนฟาด…แม้ส่วนใหญ่จะเตือนช้าไปครึ่งวินาทีก็ตาม)

จุดเด่นที่คนจำได้ชัดๆ มักวนอยู่แถวนี้

  • งานภาพและสไตล์ตัวละครที่ชัดเจน “อนิเมะแวมไพร์แต่งตัวเท่”
  • ระบบบิลด์ที่ยืดหยุ่น ผ่าน Blood Code และ Gift ที่สลับได้
  • การต่อสู้ที่ผสมระหว่างความหนักแน่นกับความพริ้ว แล้วแต่สไตล์อาวุธ
  • โทนเรื่องราวดาร์กแต่ยังมีความเป็นทีม มีมิตรภาพ มีพาร์ตซึ้งๆ
  • โหมดร่วมมือที่เล่นกับเพื่อนก็สนุก เล่นกับ AI ก็พอไหว (บางทีไหวเกินไปจนบอสสงสัยว่า “นี่ใครเป็นพระเอก?”)

พอมีฐานแบบนี้ คนเลยอยากเห็น เกม CODE VEIN II มายกระดับทุกอย่างให้ “สุดกว่าเดิม” โดยเฉพาะความหลากหลายของฉาก บอส กลไกต่อสู้ และการเล่าเรื่องที่คมขึ้นกว่าเดิม


🗡️เกม CODE VEIN II ควรต่อยอดอะไรจากภาคแรก

ถ้ามองแบบคนเล่นจริงจังและคนเล่นเพื่อความเท่ (สองแบบนี้อยู่ในคนเดียวกันได้) ภาคต่อควรรักษา “แกนหลัก” แล้วค่อยขยายให้ใหญ่ขึ้น เช่น

ระบบบิลด์ที่ยืดหยุ่น ต้องยืดได้อีก

Blood Code + Gift คือหัวใจของความสนุก เพราะทำให้เราเป็นได้ทั้งสายดาบ สายหอก สายยิง สายเวท สายบัฟ/ดีบัฟ สายอึด สายไว ไปจนถึงสาย “ขอทุกอย่างนิดนึง” แบบคนโลภ แต่ภาคต่อควรทำให้การสลับบิลด์ “ลื่น” กว่าเดิม เช่น

  • มีพรีเซ็ตบิลด์เซ็ตไว้สลับเร็ว (ไม่ใช่เปลี่ยนทีละชิ้นจนลืมว่ากำลังจะไปสู้บอส)
  • Gift มีสายพัฒนาที่ชัดขึ้น แต่ยังเปิดให้ผสมข้ามสายได้
  • อาวุธ/Veil มีบทบาทเชิงสไตล์มากขึ้น ไม่ใช่แค่เลขดาเมจ

คู่หูต้องมี “คาแรกเตอร์การเล่น” มากขึ้น

คู่หูในภาคแรกคือของดี แต่ถ้าเป็น เกม CODE VEIN II อยากเห็นคู่หูที่เลือกแล้วเปลี่ยน “จังหวะการเล่น” ชัดๆ เช่น

  • คู่หูสายแทงค์ที่มีระบบยั่วยุ/กันแทนจริงจัง
  • คู่หูสายซัพพอร์ตที่จัดการสถานะ บัฟ ฟื้นฟู แบบมีสกิลชัดเจน
  • คู่หูสายดาเมจที่คอมโบเข้ากับเราได้ เช่น ทำสถานะให้เรา burst ต่อ
  • คู่หูสาย “คุมพื้นที่” วางกับดัก/สร้างโซนป้องกัน

และที่สำคัญ: AI ต้องฉลาดพอให้เรารู้สึกว่า “เรามีเพื่อน” ไม่ใช่ “เรามีคนวิ่งไปตายก่อนเพื่อเปิดทาง”


โทนเรื่องราว: ถ้าเป็นภาคต่อ ควรเล่าแบบไหนให้ปัง

Code Vein มีโลกที่น่าสนใจ เพราะมันไม่ใช่แฟนตาซีโบราณจ๋า แต่เป็นโลกพังๆ หลังหายนะ มีความไซไฟปนดาร์ก และมีการตั้งคำถามเรื่อง “ความเป็นมนุษย์” ผ่านการอยู่รอดและการสูญเสีย

ในมุมของภาคต่อ สิ่งที่ทำให้น่าติดตามคือ

  • ขยายสเกลโลก: ไม่ใช่แค่พื้นที่เดิม แต่ไปไกลขึ้น เห็นระบบนิเวศของโลกที่พังว่ามันอยู่ยังไง
  • ขยายความลับของพลังและต้นกำเนิด: ให้มีปริศนาที่ค่อยๆ คลี่ ไม่ใช่เล่าทับซ้อนจนคนต้องเปิดโพย
  • บทตัวละคร: ทำให้เราผูกพันกับทีมมากขึ้น และให้ “การตัดสินใจ” มีน้ำหนัก
  • ศัตรูและฝ่ายตรงข้าม: อยากเห็นความหลากหลายของแรงจูงใจ ไม่ใช่ชั่วเพราะชั่ว แต่มีเหตุผลที่ทำให้เราเผลอคิดว่า “เออ…มันก็พูดมีมุมเหมือนกันนะ”

ถ้าทำได้ ภาคต่อจะไม่ใช่แค่ “เกมสู้บอส” แต่จะเป็น “การเดินทาง” ที่คนอยากเล่าให้เพื่อนฟังต่อ


ระบบการต่อสู้ที่แฟนๆ อยากให้พัฒนาในเกม CODE VEIN II

จังหวะการโจมตีและการหลบที่คมขึ้น

โซลไลก์ที่สนุกคือเกมที่ “แฟร์” แม้จะโหด และความแฟร์มันอยู่ที่ Hitbox, Telegraphed attack, และการตอบสนองของผู้เล่น ภาคต่อควรทำให้

  • การหลบมีความรู้สึกชัดเจนว่า “พ้นจริง”
  • เฟรมการโจมตีของศัตรูอ่านได้ แต่ยังท้าทาย
  • ความลื่นของกล้องและล็อกเป้าดีขึ้นในพื้นที่แคบ (เพราะหลายคนแพ้กล้องมากกว่าบอส)

ความหลากหลายของอาวุธและสไตล์

อยากเห็นอาวุธที่ไม่ใช่แค่ “ดาบใหญ่ตีแรงแต่ช้า” กับ “ดาบเร็วตีเบา” แต่มีเอกลักษณ์ เช่น

  • อาวุธที่คอมโบเปลี่ยนตาม Gift ที่สวม
  • อาวุธที่มีท่าพิเศษตามสภาพแวดล้อม เช่น ฟาดกำแพงแล้วสะเทือน
  • อาวุธระยะไกลที่มีบทบาทเชิงแท็กติก ไม่ใช่แค่ยิงถี่ๆ

สถานะและเอฟเฟกต์ต้องมีความหมาย

สถานะอย่างพิษ เลือดออก ช็อต แช่แข็ง หรือดีบัฟอื่นๆ ถ้ามี ควรทำให้มัน “เป็นส่วนหนึ่งของแผน” ไม่ใช่แค่ตัวเลขเพิ่มนิดหน่อย จนคนสุดท้ายกลับไปใช้ดาบตีธรรมดาเหมือนเดิม


สำรวจโลก: อยากให้ฉากหลากหลายขึ้น และมี “สิ่งให้ค้นพบ” มากขึ้น

ภาคแรกมีพื้นที่ที่ชวนจำหลายจุด แต่แฟนๆ ก็อยากเห็นความหลากหลายที่มากขึ้น เช่น

  • เมืองร้างหลายสไตล์: ย่านธุรกิจ ย่านที่อยู่อาศัย รถไฟใต้ดิน โรงงาน
  • พื้นที่ธรรมชาติที่ถูกกลืน: ป่าในเมือง ซากสะพาน สนามบินร้าง
  • โซนพิเศษเชิงบรรยากาศ: ห้องทดลอง โดมกักกัน เมืองใต้ดิน
  • ดันเจี้ยนแบบ “ออกแบบใหม่” ไม่ซ้ำลูปเดิม

สิ่งที่อยากได้คือ “การสำรวจที่คุ้ม” เช่น ของลับที่เปลี่ยนบิลด์ได้จริง เนื้อเรื่องเสริมที่ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น หรือทางลัดที่ทำให้รู้สึกฉลาดเหมือนเพิ่งแก้ปริศนาห้องหนีภัย (แต่จริงๆ แค่จำทางได้…)


ตัวละครและการสร้างตัว: ภาคต่อควรให้เราเป็นตัวเองมากขึ้น

ระบบสร้างตัวละครเป็นจุดเด่น เพราะคนชอบปั้นตัวเองให้เท่เกินความสามารถ แล้วไปโดนบอสตบให้กลับมาสู่โลกความจริง

ใน เกม CODE VEIN II ถ้าได้เห็นการพัฒนา ก็อยากให้

  • รายละเอียดใบหน้า/ทรงผม/สไตล์ชุดหลากขึ้น
  • การแต่งตัวไม่ใช่แค่สวย แต่มีเอฟเฟกต์เล็กๆ ต่อการเล่น (เชิงเครื่องประดับหรือแฟชั่นไอเท็มที่มีคุณสมบัติ)
  • มีระบบ “คอสตูม” ที่แยกจากค่าสเตตัส เพื่อให้แต่งเท่ได้เต็มที่โดยไม่เสียประสิทธิภาพ

และที่สำคัญ: อยากให้เกมเคารพคนสายแฟชั่นด้วยนะ เพราะบางคนแพ้บอสได้ แต่แพ้ชุดไม่เข้าธีม…ไม่ได้!


ระบบร่วมมือ: Co-op ที่อยากให้ “ลื่นและสนุก” กว่าเดิม

Code Vein เล่นกับเพื่อนได้สนุก แต่ถ้าภาคต่อมา แฟนๆ มักอยากเห็น

  • การเชื่อมต่อที่ง่ายขึ้น
  • ภารกิจร่วมมือที่ออกแบบมาเพื่อเล่นสองคนจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียกเพื่อนมาเป็น “ดาเมจเสริม”
  • ระบบซินเนอร์ยี: ทำคอมโบร่วมกัน เช่น จับศัตรูให้นิ่ง แล้วอีกคนระเบิดดาเมจ
  • รางวัล Co-op ที่คุ้มค่า แต่ไม่บังคับจนคนเล่นเดี่ยวรู้สึกเสียเปรียบ

Co-op ที่ดีคือแบบที่ “เล่นเดี่ยวก็สนุก เล่นคู่ยิ่งมัน” ไม่ใช่ “เล่นเดี่ยวคือทรมาน เล่นคู่คือปกติ”


ไอเดียบอสในเกม CODE VEIN II ที่แฟนๆ อยากเจอ (และอยากเอาชนะให้ได้สักครั้ง)

บอสที่ดีไม่ใช่แค่ตีแรง แต่ต้องมี “คาแรกเตอร์” และ “แพตเทิร์นที่จำได้” แบบที่พอเห็นท่าตั้งต้นแล้วเราจะร้องว่า “มาอีกแล้วสินะท่าน!”

ไอเดียแนวๆ ที่แฟนๆ มักชอบ

  • บอสที่เปลี่ยนสนาม: ทำลายพื้น สร้างกำแพง หรือทำให้พื้นที่หดลง
  • บอสคู่: สองตัวที่มีบทบาทต่างกัน เช่น แทงค์กับเมจ
  • บอสที่เล่นกับสถานะ: ทำให้เราต้องเตรียมต้านทานหรือปรับบิลด์
  • บอสที่มี “เฟสเล่าเรื่อง”: ไม่ใช่แค่พลังเพิ่ม แต่มีเหตุการณ์ในฉากที่สะท้อนเนื้อเรื่อง

บอสที่ดีทำให้เราตายแล้วยังอยากกลับไปสู้ใหม่…ถึงจะกลับไปพร้อมคำบ่นยาว 12 ย่อหน้าก็ตาม


กลยุทธ์และแนวทางเล่น ถ้าคุณอยากเตรียมตัวรับมือเกม CODE VEIN II

แม้เรายังไม่รู้รายละเอียดของภาคต่อแบบชัดเจน แต่ถ้าคุณชอบแนวนี้อยู่แล้ว แนวทาง “ฝึกตัวเอง” ที่ใช้ได้กับเกมแอ็กชัน RPG สายโซลไลก์มีอยู่เสมอ

ฝึกอ่านท่าศัตรูมากกว่ากดรัว

หลายคนตายเพราะ “อยากตีให้จบคอมโบ” มากกว่า “อยากรอด” จำไว้ว่า คนที่รอดคือคนที่ได้ตีต่อ (ประโยคนี้เหมือนครูสอนชีวิต แต่ใช้กับบอสได้จริง)

จัดบิลด์ให้เข้ากับสไตล์ ไม่ใช่ตามกระแส

บิลด์เทพของคนอื่น อาจไม่เทพสำหรับเรา ถ้าเราเล่นไม่ถนัด เช่น

  • ถ้าคุณชอบจังหวะช้าๆ หนักๆ ก็ไปสายอาวุธหนัก + กัน + บัฟ
  • ถ้าคุณชอบพริ้ว ก็ไปสายหลบไว + คอมโบ + คริต
  • ถ้าคุณชอบคุมเกม ก็เล่นสายสถานะ + คุมพื้นที่ + ซัพพอร์ต

ใช้ทรัพยากรให้เป็น

เกมแนวนี้มักมีของบัฟ ของแก้สถานะ ของฟื้นฟู คนจำนวนมากสะสมไว้เหมือนเก็บไว้ใช้ชาติหน้า สุดท้ายแพ้แล้วก็ยังไม่ได้ใช้…เพราะจบเกมแล้วของก็ยังอยู่ครบ (เศร้าแบบมีวินัย)


สิ่งที่อยากให้แก้จากภาคเดิม ถ้าเกม CODE VEIN II อยาก “ขึ้นชั้น”

การไหลของด่านและความซ้ำของบางพื้นที่

ถ้าภาคต่อทำให้แต่ละโซนมีเอกลักษณ์ชัดขึ้น มีจังหวะเล่าเรื่องผ่านฉาก และลดความรู้สึกซ้ำ จะทำให้การสำรวจสนุกขึ้นมาก

การสื่อสารข้อมูลในเกม

บางครั้งผู้เล่นต้องเดาเยอะเกินไปว่า Gift นี้ซ้อนกับอะไรได้ไหม บัฟนี้คุ้มไหม ถ้ามีคำอธิบายที่ชัดขึ้น หรือมีหน้าทดสอบดาเมจ จะช่วยคนเล่นสายบิลด์มาก

การบาลานซ์บางจุด

เกมที่บิลด์หลากหลายมักเจอปัญหา “บิลด์นี้โกงไป” หรือ “บิลด์นี้แทบไม่มีเหตุผลให้ใช้” ภาคต่อควรทำให้ทุกสายมีพื้นที่ของตัวเองจริงๆ


ความสนุกแบบ “อนิเมะแวมไพร์” ที่ควรเพิ่มให้สุด

Code Vein มีความเป็นอนิเมะในทางที่ดี ทั้งคาแรกเตอร์ โทนสี และดราม่า ภาคต่ออาจเพิ่มความเข้มได้ด้วย

  • คัตซีนที่เล่าความสัมพันธ์ของทีมมากขึ้น
  • เควสต์ส่วนตัวของเพื่อนร่วมทีม ที่ส่งผลต่อสกิลหรือรูปแบบการช่วยเหลือ
  • ทางเลือกที่สะท้อนบุคลิกผู้เล่น เช่น ช่วย/ไม่ช่วย, เชื่อ/ไม่เชื่อ, เสียสละ/รักษาตัวเอง
  • ระบบ “ความผูกพัน” ที่ไม่ใช่แค่ค่าตัวเลข แต่เปลี่ยนบทสนทนาและจังหวะในฉากสำคัญ

ถ้าทำดี เกมจะมีโมเมนต์ที่คนพูดถึงได้ยาว ไม่ใช่แค่ “บอสตัวนั้นโหด” แต่เป็น “ฉากนั้นทำเอาใจหวิวเลย”


ถ้าคุณชอบความลุ้นแบบอีกสไตล์

บางทีเล่นโซลไลก์ติดกันนานๆ สมองจะเริ่มทำงานเหมือนระบบล็อกเป้า—ล็อกทุกอย่างที่ขยับได้ ถ้าคุณอยากเปลี่ยนอารมณ์ไปลุ้นอะไรที่เร็วๆ จบไวๆ สลับความเครียด ลองแวะที่ ทางเข้า UFABET ล่าสุด ได้เหมือนกัน ถือว่าเป็นการพักมือก่อนกลับไปโดนบอสสอนมารยาทใหม่อีกรอบ


ถ้าเกม CODE VEIN II มาจริง เราคาดหวังอะไรได้บ้าง

ถ้าจะสรุปแบบคนรักเกมแนวนี้จริงๆ เกม CODE VEIN II (ในฐานะภาคต่อที่แฟนๆ อยากเห็น) ควรเป็นการ “ยกระดับ” มากกว่า “ทำซ้ำ” โดยแกนหลักที่ไม่ควรทิ้งคือความยืดหยุ่นของบิลด์ สไตล์อนิเมะดาร์ก และระบบคู่หู/ร่วมมือที่ทำให้คนเล่นมีเพื่อนในโลกโหดๆ ส่วนสิ่งที่อยากให้เพิ่มคือความหลากหลายของฉาก บอสที่ครีเอตขึ้น ระบบต่อสู้ที่คมและแฟร์ขึ้น และการเล่าเรื่องที่ลื่นไหลจนคนอินได้ง่ายกว่าเดิม

ถ้าทำได้ครบ…ภาคต่อจะไม่ใช่แค่ “เกมที่แฟนเก่าซื้อเพราะรัก” แต่จะเป็น “เกมที่คนใหม่ก็อยากลอง” และนั่นแหละคือชัยชนะที่แท้จริงของภาคต่อทุกเกม (รองลงมาคือชัยชนะเหนือบอส—ซึ่งบางคนอาจใช้เวลานานกว่าชัยชนะของทีมพัฒนาอีกนิด)

ก่อนปิดบทความ ถ้าคุณอยากสลับโหมดความลุ้นแบบไวๆ อีกทาง แวะดูที่ ยูฟ่าเบท ได้เลย แล้วค่อยกลับมารอวันที่ เกม CODE VEIN II ทำให้พวกเราต้องฝึกหลบ ฝึกอ่านท่า และฝึกใจเย็น…เพราะของแบบนี้ไม่ใช่แค่เกม มันคือ “วิชาชีวิตแบบมีดาบ” จริงๆ


FAQ คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับเกม CODE VEIN II

เกม CODE VEIN II เป็นแนวไหน?

ถ้าพูดในภาพรวมตามสิ่งที่แฟนๆ คาดหวัง ภาคต่อก็น่าจะยังเป็นแอ็กชัน RPG โทนดาร์ก เล่นแบบโซลไลก์ มีบิลด์หลากหลาย และมีระบบคู่หู/ร่วมมือเป็นจุดขายหลัก

ถ้าผมไม่เคยเล่นภาคแรก จะเริ่มจากภาค II ได้ไหม?

โดยธรรมชาติของเกมภาคต่อ หลายเกมมักออกแบบให้คนใหม่เข้าได้ แต่ถ้าคุณอยากอินกับโลกและบริบท แนะนำให้เริ่มจากภาคแรกก่อนจะสนุกกว่า อย่างน้อยจะเข้าใจว่าทำไมแฟนๆ ถึงอยากได้ภาคต่อมากขนาดนี้

จุดเด่นที่อยากให้ภาคต่อคงไว้คืออะไร?

ระบบบิลด์ที่ยืดหยุ่น สไตล์อนิเมะดาร์ก และความสนุกของการมีคู่หูช่วยสู้—สามอย่างนี้คือเอกลักษณ์ที่ทำให้ Code Vein แตกต่าง

ถ้ามีภาคต่อจริง คุณควรเตรียมตัวเล่นยังไง?

ฝึกอ่านท่าศัตรู เล่นให้ชินกับจังหวะหลบ/กัน ทดลองบิลด์หลายแบบ และอย่ากลัวที่จะปรับสไตล์—เกมแนวนี้ให้รางวัลกับคนที่ “เรียนรู้” มากกว่าคนที่ “กดรัว”

เกมแนวนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบความท้าทาย ชอบปรับบิลด์ ชอบบรรยากาศดาร์กแฟนตาซี และชอบตัวละครสไตล์อนิเมะที่มีเรื่องราวร่วมกันแบบเป็นทีม